A Free Template From Joomlashack

A Free Template From Joomlashack

Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)
Industry_Banner_GIF_950x126
สแตนเลสสตีล หรือเหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless Steel) PDF พิมพ์ อีเมล

 

คือ เหล็กกล้าประสมพิเศษ (Special Alloy Steel) ถูกพัฒนาให้มีความทนทานต่อการกัดกร่อน โดยมีการเพิ่มธาตุโครเมี่ยม (Chromium) ขั้นต่ำ 11%  

Stainless2

ข้อแตกแต่ระหว่าง "สแตนเลสสตีล หรือ เหล็กกล้าไร้สนิม" (Stainless Steel Alloy) กับ "เหล็ก" (Steel)

หากเปลียนจากการเพิ่มธาตุโครเมี่ยม (Chromium) เป็น นิกเกิ้ล (Nickel), โมบิลินั่ม (Molybdenum), ไทเทเนียม (Titanium) และ ไนโอเบี่ยม (Niobium) จะทำให้คุณสมบัติทางกล และคุณสมบัติกายภาพ เปลี่ยนเป็น เหล็ก

 

สแตนเลสสตีล หรือ เหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless Steel Alloy) แบ่งออกเป็น 5 ประเภท 

1. Ferritic Stainless Steel (รู้จักกันในนาม Plain Chromium Steel) มีการเพิ่มธาตุโครเมี่ยม (Chromium) ประมาณ 12-18%
    และมีปริมาณคาร์บอนต่ำมาก (Very Low Carbon) ที่นิยมใช้ทั่วไป คือ
 

- เกรด 430 - ราคาถูกที่สุด 

- เกรด 409 - ใช้ทำ ท่อไอเสียรถยนต์ เนื่องจาก ราคาถูก ทนต่อการกัดกร่อน และสามารถขึ้นรูปได้ง่าย (Excellent Formability)

 

ลักษณะเด่นของ Ferritic Stainless Steel ที่นิยมใช้ทั่วไป คือ 

- เกรด 430 - ราคาถูกที่สุด 
- แม่เหล็กดูดติดได้ (Magnetic)
 
- ไม่สามารถทำHeat Treatment เพิ่มได้
 
- ทำได้เพียงการอบอ่อน (Annealing)
-
เชื่อมได้ไม่ดี (Poor Weldability)
- ทนต่อการกัดกร่อนปานกลาง (Moderate Corrosion Resistance)

 

2. Austenitic Stainless Steel (รู้จักกันในนาม "18/8" มาจากส่วนผสม Chromium 18% และ Nickel 8%) มีการเพิ่มธาตุนิกเกิ้ล (Nickel)
    ทำให้เปลี่ยนโครงสร้างทางจุลภาค (Micro-structure) เรียกว่า "Austenite" มีปริมาณการใช้สูงถึง 70%
 

- เกรด 304 นิยมใช้มากที่สุด มีชื่อเสียงในด้าน "Marine Grade" 

- เกรด 316 ใช้กับงานกลึงเหล็กท่อน (Machining Bar Grade) 

- เกรด 303 สำหรับงานท่วไป

*หมายเหตุ: 304 (1.4301) คือเกรดที่นิยมใช้มาที่สุด และมีการใช้ 50% จากปริมาณการใช้ทั่วโลก ทำให้เมื่อพูดถึง Austenitic Stainless Steel
ที่มีส่วนผสมที่ต่างออกไป ก็ยังจะนึกถึง 304 เป็นอันดับแรก

 

ลักษณะเด่นของ Austenitic Stainless Steel  

- เชื่อมได้ดีเยี่ยม 
- สามารถดัดและขึ้นรูปได้

- ไม่สามารถทำ Heat Treatment เพิ่มได้

- การขึ้นรูปเย็น (Cold Work) จะทำให้เหล็กแข็งขึ้น

- มีสมรรถนะ "ดีเยี่ยม" ที่อุณหภูมิต่ำ (Low Temperature)

- มีสมรรถนะ "ดี" (Good) ที่อุณหภูมิสูง (High Temperature)

- ทนต่อการกัดกร่อนได้ดีเยี่ยม (Excellent Corrosion Resistance)

- แม่เหล็กดูดไม่ติด (Non-Magnetic) หลังการอบอ่อน (Annealing)

- สามารถทำความสะอาดได้ดี (Excellent Cleanability) ถูกตามสุขลักษณะ (Hygienic)

 

3. Martensitic Stainless Steel มีปริมาณคาร์บอนสูง (High Carbon) ประมาณ 0.1-1.2% คล้ายกับ Ferritic Stainless Steel หรือ Plain Chromium 
    Steel ตรงที่มีส่วนผสมของโครเมี่ยม (Chromium) ประมาณ12-18%
เป็นสแตนเลสสตีลชนิดแรก ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ใช้ในงานทั่วไป เช่น
    อุปกรณ์ตัด เกรดที่นิยมใช้ทั่วไป คือ
 

- เกรด 420 นิยมใช้ในงานวิศวกรรมต่างๆ 

- เกรด 440C มีความแข็งที่สุด ทนทานต่อการเสียดสีได้ดี

 

ลักษณะเด่นของ Martensitic Stainless Steel 

- แม่เหล็กดูดติดได้ (Magnetic)
- สามารถทำ Heat Treatment เพิ่มได้

- ไม่สามารถ (Inability) ขึ้นรูปเย็น (Cold Work)

- เชื่อมได้ไม่ดี (Poor Weldability)

- ทนต่อการกัดกร่อนปานกลาง (Moderate Corrosion Resistance)

 

4. Duplex Stainless Steel มีโครงสร้างทางจุลภาคคล้ายทั้ง Ferritic และ Austenitic Stainless Steel ที่มีปริมาณโครเมี่ยมสูง (High Chromium)
    ระหว่าง 18-28%
นิกเกิ้ล (Nickel) มีปริมาณปานกลางที่ 4.5-8% ซึ่งปริมาณนิกเกิ้ล (Nickel) ที่ต่ำนี้ ไม่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างเป็น Austenitic
    อย่างเต็มรูปแบบ แต่พิเศษกว่าตรงที่มีการใส่โมบิลินั่ม (Molybdenum) ประมาณ 2.5-4% เกรดที่นิยมใช้ทั่วไป คือ
 

- เกรด 2205 มีความทนทานต่อการกัดกร่อนดีเยี่ยม 

- เหมาะสำหรับใช้ทำ ตัวคลายอุณหภูมิ (Heat Exchangers), ถังบรรจุสารเคมี (Chemical Tanks), โรงกลั่นต่างๆ (Refinery)

 

ลักษณะเด่นของ Duplex Stainless Steel 

- เชื่อมได้ดี
- สามารถขึ้นรูปได้ดี

- ทนทานต่อกรด Chloride เป็นพิเศษ

- ทนทานได้ดีต่อความเครียสจากการถูกกัดกร่อน

- มีความแข็งกว่าทั้ง Ferritic และ Austenitic Stainless Steel

- ทนต่อการกัดกร่อนได้ดีเยี่ยม (Excellent Corrosion Resistance)


5. Precipitation (Hardening Grade) Stainless Steel มีค่าความแข็งแปรผัน (Precipitation Hardening) คล้ายกับ Martensitic,
    Semi-Austenitic หรือ Austenitic Stainless Steels ที่นำจุดเด่นของทั้ง Austenitic ที่ทนทานต่อการกัดกร่อน และ Martensitic
  
    ที่สามารถในการทำ Heat Treatment เพิ่มได้มารวมไว้ด้วยกัน   

    เกรดที่นิยมใช้ทั่วไป คือ 17-4 PH (รู้จักกันในนาม 630) ผ่านการอบอ่อน (Annealing/Solution Treated) มาแล้ว
    สามารถขึ้นรูป ก่อนนำไปชุบแข็ง (Hardening) ได้เพียงครั้งเดียว ที่อุณหภูมิต่ำอย่างช้าๆ (Low Temperature Aging)

 

ลักษณะเด่นของ Precipitation Stainless Steel 

- แม่เหล็กดูดติดได้ (Magnetic) 
- เชื่อมได้ดี (Good Weldability)

- มีความแข็งสูงมาก (Very High Strength)

- ทนต่อการกัดกร่อนปานกลาง (Moderate Corrosion Resistance)

 

คุณสมบัติทางกายภาพ (Physical Properties) 

- ความแข็งแรง (High Strength)
- อายุการใช้งาน (Long Life Cycle)

- ความสวยงาม (Aesthetic Appeal)

- ความสะดวกในการขึ้นรูป (Ease of Fabrication)

- ค่าความเป็นแม่เหล็ก (Low Magnetic Permeability)

- ความสะอาดตามสุขลักษณะ (Hygiene and Ease of Cleaning)

- ความสามารถในการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recyclable~50-80%)

- ความทนทานต่ออุณหภูมิสูง/ต่ำ (Extreme Temperature Resistance)
- ความทนทานต่อการกัดกร่อนดี (Corrosion Resistance)

1. Low Alloy ทนทานต่อการกัดกร่อนปรกติ
2. High Alloy ทนทานต่อการกัดกร่อนของ กรดทั่วไป (Acids), กรดอัลคาไลด์ (Alkaline Solutions) และกรดคลอไรด์ (Chloride)

 

Steel Production Process

BessemersSteel-vert

Watch Steel Production Process VDO

เชิญชมวีดีโอ ขั้นตอนการผลิตเหล็ก

 
Joomla 1.5 Templates by Joomlashack